JDT Combative สอนการต่อสู้ป้องกันตัว Selfdefense ศิลปะป้องกันตัว

Company

สอนการต่อสู้ป้องกันตัวระยะประชิด ทั้งมือเปล่า และอาวุธ
ใช้เวลาน้อย แต่ใช้ได้จริง


รับงานสอนการต่อสู้ป้องกันตัวทั้งในและนอกสถานที่
หลักสูตรที่เปิดสอน
-การต่อสู้ป้องกันตัวเองด้วยมือเปล่า
-การต่อสู้ป้องกันตัวเองด้วยการใช้มีด
-การต่อสู้ป้องกันตัวเองด้วยการใช้ดิ้ว
-การดูแลรักษาความปลอดภัยสำหรับพนักงานบนเครื่องบิน
-หลักสูตรเฉพาะทางอื่นๆ
รับงานอารักขาบุคคลสำคัญโดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี

1:27
1371371066297311
12 months ago
3:44
Part 3
1 year ago
1:27
Part 2
1 year ago
2:41
*** องค์กรรุ่นใหม่ใส่ใจบุคลากร *** เมื่อการทำงานต้องการความเป็น #มืออาชีพ โดยเฉพาะงานขายและงานบริการ ย่อมต้องเจอผู้คนหลากหลาย *** ทำไมคลาสเรียนการระวังป้องกันภัยจากทีม JDT ถึงได้รับความนิยม และ จองคิวต่อเนื่องทั้งหน่วยงานรัฐและองค์กรเอกชน สิ่งที่จะได้จากคลาสอบรมของเรา - ช่วยเปิดมุมมองการระวังป้องกันภัย - รู้จักการประเมินการคุกคาม และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ไใ่เหมาะสมด้วยความนุ่มนวลและเป็นมืออาชีพ - สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน - สนุก ความรู้แน่นด้วยความเป็นมืออาชีพของทีม อีกหนึ่งองค์กรชั้นนำที่มั่นใจทีม JDT บรรยากาศส่วนนึงจากคลาสการระวังป้องกันภัยและการป้องกันตัวสำหรับพนักงาน บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่(ประเทศไทย) จำกัด ให้จัดคลาสสำหรับพนักงานประมาณ 280ท่าน ขอบคุณทุกความไว้วางใจจากทุกหน่วยงาน ที่ให้ทีม JDT เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพบุคลากรขององค์กร หน่วยงานหรือองค์กรที่สนใจจัดคลาสนอกสถานที่ ติดต่อสอบถามทีมงานได้ที่ -inboxเพจ หรือ -Line id :0814312881 -โทร 0814312881 #JDT #ทีมงานมืออาชีพ #LearnForLife #Diageo
1 year ago
0:36
***ท่าล็อกควบคุมเพื่อยับยั้ง แบบความรุนแรงต่ำ*** ปกติแล้วในการปฏิบัติงานของจนท. ท่าล๊อกควบคุมจะมีความจำเป็นในการควบคุมและพาตัว ซึ่งจะเป็นการควบคุมข้อต่อใหญ่ส่วนต่างๆ ให้มีความเจ็บปวดเพื่อลดการขัดขืน และหากมีการขัดขืน ก็สามารถใช้การฝืนข้อต่อนั้นๆเพื่อสยบการเคลื่อนไหว แต่การล๊อกข้อต่อต่างๆมีอันตรายเช่นกัน เพราะหากไม่มีความเข้าใจ จะไม่สามารถใช้การได้ หรืออาจจบที่ความรุนแรง และหากเป้าหมายขัดขืนก็จะมีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บสูง ควรปฏิบัติเป็นขั้นตอนตามกฏการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด อย่างในคลิปเป็นตัวอย่างที่ดี ในการพยายามเข้าควบคุม แต่เป้าหมายขัดขืนและพยายามต่อสู้ จนท. จึงใช้มาตรการรุนแรงขึ้นจากปกติโดยการล๊อกคอด้วยท่า Rear neck choke ซึ่งกดเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมอง(ไม่ใช่หลอดลมตามที่คนส่วนมากเข้าใจ) ทำให้เป้าหมายมีอาการวูบ หยุดการดิ้นรนขัดขืนทำให้สามารถทำการจับกุมได้ง่ายขึ้น ซึ่งจนท.มีความชำนาญทั้งในการเข้าล๊อก การจัดท่าวางตำแหน่ง และอ่านปฏิกิริยาอีกฝ่าย เพื่อพิจารณาปล่อยจากการล๊อกหลังจากอีกฝ่ายเริ่มหมดสติ ก่อนที่จะล๊อกนานเกินจนเป้าหมายเป็นอันตรายมากเกินไป สามารถควบคุมความรุนแรงและความเสียหายได้เป็นมืออาชีพ ลดความเสี่ยงของตัวเองและคนร้ายลงได้มากครับ #JDT #สถาบันสอนการต่อสู้ป้องกันตัว
2 years ago
1:05
ถ้าวันนึง เราโดนโจรเลือกเป็นเหยื่อถือเป็นเรื่องร้ายเเล้ว เเต่ถ้าเราต้องป้องกันตัว เเล้วกลับกลายมาเป็นจำเลยเสียเอง คงจะเลวร้ายกว่า ป้องกันตัวโดยชอบ พอสมควรแก่เหตุ ? เราได้ยินคำนี้บ่อย เเต่เเค่ไหนคือป้องกัน เเค่ไหนคือ พอสมควรเเก่เหตุ วันนี้ลองดูเงื่อนไขที่กฏหมายกำหนดไว้กันครับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 บัญญัติว่า "ผู้ใดต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด" หลักเกณฑ์ของการ ป้องกันตัว โดยชอบ ด้วยกฎหมาย 1. มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย นั่นคือ - แม้จะมีภยันตรายเกิดขึ้น แต่ผู้ที่อ้างป้องกันได้ จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าว เช่น ไม่เป็นผู้ก่อภัยขึ้นในตอนแรก ไม่เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาทกัน ไม่เป้นผู้ที่ปลุกเร้า ยั่วยุให้คนอื่นโกรธก่อน 2. ภยันตรายนั้น ใกล้จะถึง แม้ท่านจะมีภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายเกิดขึ้น ตามข้อ 1. แล้วก็ตาม ท่านจะมีสิทธิ ป้องกันตัว ได้ต่อเมื่อภยันตรายนั้น เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง คือภัยที่เกิดขึ้นกระชั้นชิดถึงขนาดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นอกจากการป้องกันตัวเอง ถ้ายังหนีได้ หลีกเลี่ยงได้ ยังไม่ถือว่าใกล้จะถึงนะครับ 3. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน ให้พ้นจากภยันตรายนั้น 4. การกระทำ ป้องกันตัว ตามสมควรแก่เหตุ แม้กฎหมายจะให้สิทธิแก่ประชาชน ให้สามารถป้องกันตนเองจากภยันตรายทีจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะสามารถทำอะไรก็ได้ จนกลายเป็นการป้อง กันผสมกับความโกรธแค้น บันดาลโทสะ หรือสะใจ เช่น เมื่อมีผู้ร้ายถือมีดจะทำร้ายท่าน ท่านได้ตอบโต้จนผู้ร้ายไม่สามารถจะถือมีด หรือไม่สามารถจะทำร้ายท่านได้อีกแล้ว ถือว่าภยันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ถ้าท่านซ้ำเติมอีก จะถือว่าเกินกว่าเหตุ ส่วนการใช้อาวุธ ท่านจะสามารถใช้มันได้ขนาดไหน เพียงไรนั้น มีทฤษฎีที่สำคัญ 2 ทฤษฎีคือ 1. ทฤษฎีส่วนสัด คือต้องพิจารณาว่าอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากจะไม่ป้องกันจะได้ส่วนสัดกับอันตรายที่ผู้กระทำได้กระทำเนื่องจากการป้องกันนั้นหรือไม่ เช่น มีคนมาตบหน้าเรา เราจะใช้มีดแทงเขาตาย อันนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะความเจ็บเเละอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการถูกตบหน้า เมื่อมาเทียบกับความตายแล้ว ไม่มีส่วนสัดกัน ดังนั้น การเอามีดแทงเขาตายนี้ เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำไม่มีอำนาจกระทำได้ 2. ทฤษฎีวิถีทางน้อยที่สุด ตามทฤษฎีนี้ถือว่าถ้าผู้กระทำได้ใช้วิธีทางน้อยที่สุดที่จะทำให้เกิดอันตราย ก็ถือว่าผู้กระทำได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุแล้ว เช่น นาย A เป็นง่อยไปไหนไม่ได้ นาย B จึงเขกศีรษะ นาย A เล่น โดยเห็นว่า A ไม่มีทางกระทำตอบโต้ได้เลย นาย A พูดปรามเท่าไร นาย B ก็ไม่เชื่อฟัง ถ้าการที่ A จะป้องกันไม่ให้ B เขกศีรษะมีวิธีเดียวคือใช้มีดแทง B ต้องถือว่าการที่ A ใช้มีดแทงนี้เป็นการกระทำไปพอสมควรแก่เหตุ เพราะเป็นวิถีทางน้อยที่สุดที่จะป้องกันได้ นี่คือหลักเกณฑ์ในการป้องกันตัวโดยชอบ ที่กฏหมายกำหนดไว้ และ ให้สิทธิเราในการดูเเลตนเอง คลิปนี้เป็นตัวอย่าง ในการใช้อาวุธป้องกันตัวจากภัยคุกคามในการโดนทำร้ายในตอนแรก แต่ด้วยอารมณ์ ทำให้ผู้เสียหายในตอนแรก กลายเป็นผู้ต้องหาจากการกระทำที่เกินกว่าเหตุได้ แม้ว่าอาจมีเหตุบรรเทาโทษได้ แต่ก็มีความเสี่ยงในการถูกลงโทษมากเช่นกัน.... ดังนั้นสำหรับคนที่ฝึกการป้องกันตัว จำเป็นต้องฝึกตัวเองให้สามารถควบคุมาติตัวเองได้ในระดับนึงด้วย เพื่อตัดปัญหาในจุดนี้ครับ และคลิปนี้ยังทำให้เห็นว่าการแทง ไม่สามารถหยุดยั้งคนได้ในทันที สอดคล้องกับหลายๆเคสและการวิจัยของทั่วโลก ซึ่งการแทง หากอีกฝ่ายมีอาวุธเช่นกัน ก็ยังสามารถทำร้ายกลับคืนได้แม้จะเสียชีวิตในภายหลังแน่นอน รวมถึงเป็นการกระทำที่ดูมีเจตนาฆ่าอีกฝ่ายสูงมากจนอาจถูกดำเนินคดีได้ เป็นจุดที่ต้องใส่ใจและฝึกฝนเพื่อหลีกเลี่ยงครับ ทางทีมงานหวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ #JDT #JDTCombative #SelfDefense #สถาบันสอนการต่อสู้ป้องกันตัว #ประสบการณ์สอนกว่า20ปี
2 years ago