เปาบุ้นจุ้น

Telecommunication Company

จุ้นข่าวครบ จบที่เดียว


เข้าไปจุ้น ไปแคะ ไปแกะ ไปเกา เอามาเสนอให้ทุกคนได้รู้ ทุกคนได้คิด แล้วตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบ 8 ทิศ

1:51
ปัญหาฝุ่นละอองในกทม. หนักกว่าที่พวกเราตะตะหนักถึง ราวกลางเดือนมกราคม 2561 ช่วงเวลาสองสามวันที่ท้องฟ้ากรุงเทพฯ ขมุกขมัวจนเหมือนมีหมอกปกคลุมทั้งวัน แท้จริงแล้วนั่นคือฝุ่นละอองอันตราย กรมควบคุมมลพิษออกมาประกาศเตือนภัยในวันที่ 24 มกราคมว่า ฝุ่นละอองที่ว่านี้ มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งมีปริมาณราว 54-85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าสูงเกินค่ามาตรฐานในทุกพื้นที่ อากาศที่นิ่งทำให้เราเห็นและรู้สึกได้ว่า มีมลพิษในอากาศสะสมตัวจนเราเห็นเป็นหมอกสีเหลืองปกคลุมอยู่ กว่ากรมควบคุมมลพิษจะออกมาให้ข้อมูลนี้ก็เป็นวันท้ายๆ ก่อนที่สถานการณ์จะค่อยๆ กลับเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานในวันถัดมา ตามประกาศเมื่อวันที่ 25 มกราคม จากปรากฏการณ์นี้ ช่วยให้คนไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครตื่นตัวกับการทำความเข้าใจในพิษสงและที่มาของการเกิด PM 2.5 มากขึ้น หลังจากวันนั้น กรมควบคุมมลพิษก็มีรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ต่อเนื่องมาทุกวันทางหน้าเพจ ด้วยตัวเลขค่าเฉลี่ยที่ยังอยู่ในค่ามาตรฐานที่ไม่เกิน 50 มคก./ลบม. แต่เราต้องยอมรับว่า ต่อจากนี้อากาศบ้านเราจะไม่มีวันหมดจดได้อีก และฝุ่นละออง PM 2.5 ยังไม่ได้หายไปไหน ฝุ่น PM2.5 คืออะไร?? ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือเทียบแล้วเล็กกว่า 3% ของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมของมนุษย์ ฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วนี้ เกิดขึ้นจากกิจกรรมหลายชนิด อาทิเช่น การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการก่อสร้าง ซึ่งเป็น 2 สาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ ฝุ่น PM2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะสามารถเดินทางผ่านทางเดินหายใจสู่ปอดและกระแสเลือดได้ง่าย เพิ่มโอกาสของโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และต้องป้องกันด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานป้องกันฝุ่นขนาดเล็กโดยเฉพาะ จะอยู่อย่างไร ทำอะไรได้บ้าง จริยาให้ข้อมูลต่อว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ และเห็นได้อย่างขัดเจน คือการผสมกันระหว่างหมอกกับควันที่จะขึ้นไปฟุ้งในระดับโอโซน เนี่องจากมีตัวเลขของพลเมืองที่มีภาวะภูมิแพ้มลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำมาสู่โรคต่างๆ ทำให้ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ต่างกำลังมีงานวิจัยหลายชิ้น ที่ศึกษาผลกระทบของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ว่าทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหายเพียงใด ศึกษาแม้กระทั่งว่า ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศ จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างไร นโยบายจึงมีส่วนสำคัญมากในอัตราการเปลี่ยนแปลงการเสียชีวิตก่อนวันอันควร หลายภูมิภาคกำลังล่าถอยให้กับนโยบายถ่านหินซึ่งจะก่อให้เกิดต้นทุนมลพิษทางอากาศเช่นกัน สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ฝุ่นควันเปรียบได้อย่างเดียวกันกับความชัดเจนที่มองไม่เห็น ตราบใดที่แผนพัฒนายังคงมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมหนัก และการเกษตรที่เอื้อให้เกิดการเผาในที่โล่ง รวมถึงการคมนาคมในเมืองที่ไม่เอื้อต่อการลดการใช้พาหนะส่วนตัว กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้พยายามผลักดันให้ภาครัฐยกระดับดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน และการรายงานคุณภาพอากาศต้องได้มาตรฐานสากลและแม่นยำ ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานที่รัฐต้องบอกกล่าวว่าทุกลมหายใจที่สูดเอาอากาศเข้าไป อันตรายหรือปลอดภัยแค่ไหน โดยเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมลงชื่อเพื่อเรียกร้องในเว็บไซต์ Greenpeace Thailand ส่วนพลเมืองจะรอดพ้นจากการต้องเป็นมนุษย์หน้ากากในอนาคตหรือไม่ คงต้องวัดใจภาครัฐกันอีกสักตั้ง
5 days ago
2:07
#อ่อนนุชแม่งเถื่อน #คนดีๆจะไปอยู่ที่ไหน ช่วยกันแชร์+++++++ เรื่องมีอยู่ว่า ผมขับตามมอไซ (ที่มีคนใส่เสื้อวินซ้อน pcxสีชมพู) มา รถติดก็ติดมาก ตอน4โมงกว่าๆ ใต้bts พระโขนง ซึ้งก่อนหน้า ที่จะถ่ายคลิปไว้ได้ รถpcxสีฟ้า ได้แทรกช่องระหว่างรถ ตอนนั้นผมก็คิดไว้แล้ว ว่าช่องมันน่าจะเล็กไป และที่สำคัญ ด้านขวาก็เป็น รถbenz e class ถ้าชนไปไม่คุ้มแน่ๆ แต่พี่ที่ขับ pcx เข้าพยายามจะแทรกไปให้ได้ จนสุดท้ายไม่ผ่าน !! รถได้เกิดไปชนรถ benz จนได้! ไม่ต้องสืบเลยครับว่าใครผิด แถมพอชนเสร็จ ไม่มีการขอโทษ และยังจะเบิ้ลรถหนี และมองหน้าและพูดจาไม่ดีใส่ ไปกับคนขับรถbenz อีกด้วย ตอนนั้นผมก็คิดในใจแล้วว่า ทำไมเข้าทำแบบนั้น นิสัยแย่มาก ใจอยากจะขับไปเตือนเหมือนกันแต่ ด้วยที่ ผมมาคนเดียวและ พี่2คน บนpcx (หน้าตาเถื่อนสัส!) และแล้ว ก็มีพี่ ที่ขับรถ m-slaz ได้ขับไปเตือนประมาณว่าเค้าทำไม่ถูก (พี่เค้าใจถึงมาก) แต่พอคนทำผิดโดนเตือน กลับด่าเสียๆหายๆ แบบไม่ละอายใจแม้แต่นิดเดียว หลังจากนั้น ดูในคลิปเลยครับ ว่าใครเริ่มก่อน ...! ปล.1.สำหลับคนที่สงสัยว่าทำไมผมถึงไม่ลงไปห้ามเลย เพราะผมไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วย ทำได้ที่สุดก็แค่ ตะโกนกับบีบแตร และอีกอย่าง ผมเป็นคนตัวเล็ก วิ่งเข้าไปสุ่ม 4สุ่ม5 คงกระเด็นออกมา ปล.2. ทำไมผมถึง ต้องเอามาโพส ถึงผมจะไม่ได้ช่วยอะไรในตอนนั้น แต่ผมก็ไม่อยากให้คนแบบนี้กล้าที่จะผิดโดยไม่ละอายใจ และคนดีๆ แบบพี่ mslaz ต้องทำไปและเสียเวลาไปเปล่าๆ พี่เค้าสุดยอดมากครับ Ley De Kock #กราบใจพี่แกจริงๆ Cr.Namemes Trd
27 days ago
0:38
H&M สั่งปิดทุกสาขาในแอฟริกาใต้ หลังถูกถล่มเละ ปมเหยียดผิว เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นภายในร้านเสื้อผ้าชื่อดัง H&M หลายสาขาในประเทศแอฟริกาใต้ หลังกลุ่มผู้ประท้วงยกพวกเข้าไปในห้างสรรพสินค้า และบุกเข้าไปรื้อค้น ขว้างปาเสื้อผ้าและสินค้าในร้านจนพังเละไปทั้งร้าน ทั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อขู่ จึงจะสามารถระงับสถานการณ์ได้ ส่วนสาเหตุมาจากความไม่พอใจ โฆษณาเสื้อของแบรนด์ ซึ่งถูกมองว่าเข้าข่ายเหยียดผิวอย่างร้ายแรง หลังมีการใช้ภาพนายแบบเด็กผู้ชายผิวสีสวมเสื้อกันหนาวมีฮู้ด พร้อมข้อความว่า “Coolest monkey in the jungle” (คูลเลสต์ มังกี้ อิน เดอะ จังเกิล) หรือแปลเป็นไทยว่า “ลิงตัวที่เท่ที่สุดในป่า” ซึ่งคำว่า “ลิง” นั้น เป็นคำที่สื่อถึงการเหยียดผิวอย่างชัดเจน
1 month ago
2:40
#วันเด็ก #เน็ตไอดอล 'ต๋องผมจุก' สุดยอดเด็กกตัญญู 8 ขวบเลี้ยงดูครอบครัว 4 ชีวิต หนูน้อยผมจุก อายุ 8 ขวบ หัวใจแกร่งสุดยอดเด็กกตัญญู ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวรวม 4 ชีวิต ใช้เวลาทั้งก่อนและหลังเลิกเรียนปั่นจักรยานสามล้อไปขายในตลาด ชีวิตสุดเศร้าพ่อแม่แยกทางตั้งแต่แบเบาะ ต้องอยู่กับย่าและทวดที่ชราและป่วย เคยเห็นหน้าแม่ครั้งเดียวในชีวิต ผู้คนต่างชื่นชมในความขยันขนผักมาเท่าไหร่ช่วยกันซื้อหมดและให้เงินเกินกว่าราคาผักด้วยความสงสาร หนูน้อยผมจุก อายุ 8 ขวบ หัวใจแกร่งสุดยอดเด็กกตัญญู ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวรวม 4 ชีวิต ใช้เวลาทั้งก่อนและหลังเลิกเรียนปั่นจักรยานสามล้อไปขายในตลาด ชีวิตสุดเศร้าพ่อแม่แยกทางตั้งแต่แบเบาะ ต้องอยู่กับย่าและทวดที่ชราและป่วย เคยเห็นหน้าแม่ครั้งเดียวในชีวิต ผู้คนต่างชื่นชมในความขยันขนผักมาเท่าไหร่ช่วยกันซื้อหมดและให้เงินเกินกว่าราคาผักด้วยความสงสาร ด.ช.จาฏุพัจน์ ชีช้าง อายุ 8 ปี หรือชื่อเล่นที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า"ต๋อง"และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือไว้ผมจุก เป็นหนูน้อยหัวใจแกร่งและสุดยอดเด็กกตัญญูมีความรับผิดชอบเกินวัยและเกินตัวแม้จะตัวเล็กกว่าเด็กทั่วๆไปก็ตาม เพราะทุกวันนี้ นอกจากจะกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านระโนด(ธัญเจริญ) แล้ว ต๋อง เป็นกลายเป็นเสาหลัก ซึ่งทำหน้าที่ออกไปหาเลี้ยงครอบครัวที่อยู่รวมกัน4ชีวิต ทั้งตัวของ ต๋อง นางวรรณีย์ ชีช้าง อายุ 54 ปีย่า คุณทวดชาย อายุ 94 ปี ซึ่งป่วยติดเตียง และคุณทวดหญิงอายุ 87 ปีที่ต้องนั่งๆ นอนๆ เพราะความชรา ภายในบ้านเลขที่ 28 หมู่ 6 ต.ระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา และแทบทุกวัน ต๋อง จะเป็นคนปั่นรถจักรยานสามล้อเก่าๆ นำพืชผักสวนครัวที่ย่าปลูกไว้บริเวณบ้านมัดใส่ถุงออกไปขายที่ตลาดเมืองระโนด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านราว 1 กิโลเมตร และขายมานานหลายเดือนได้เงินครั้งละ 100-200 บาทแล้วแต่จำนวนผักที่นำไปขายซึ่งจะขายถุงละ 10 บาทเท่านั้น และขายหมดเกลี้ยงทุกครั้ง เพราะชาวบ้านจะช่วยกันซื้อและบางครั้งก็ให้เงินมากกว่าราคาผักที่ขายด้วยซ้ำเพราะความสงสารในความขยันความกตัญญูและความน่ารักของต๋องที่ตัวค่อนข้างเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกันและขี้อายยิ้มอย่างเดียว นางวรรณีย์ ย่าของ ต๋อง บอกว่า ต๋องเริ่มออกไปขายผักตั้งแต่เริ่มเรียนชั้น ป.2 แทนคุณทวดชาย ซึ่งมีอายุมากและล้มป่วยปั่นจักรยานไม่ไหว ส่วนตัวเองก็มีปัญหาสุขภาพเช่นกัน จึงให้ ต๋องไปขายแทน บางวันก็ออกไปขายตั้งแต่ตี 5ก่อนไปโรงเรียน บางวันก็หลังเลิกเรียนและวันเสาร์อาทิตย์ก็มี แล้วแต่ว่า วันไหนจะมีผักหรือไม่ ขายเสร็จก็จะซื้อขนมซื้อของมาฝากย่าฝากทวด และในช่วงที่ตนไม่อยู่ ต๋องก็จะเป็นคนดูแลทวดทั้งสองคนแทน นางวรรณีย์ บอกว่า ชีวิตของหลานชายคนนี้น่าสงสารมากเพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 8 เดือนและอยู่กับตนกับทวดมาตั้งแต่เกิด เคยเห็นหน้าแม่แค่ครั้งเดียวเมื่อปีที่แล้วซึ่งมาเยี่ยมที่บ้านและให้เงินไว้ 1,000 บาท ส่วนพ่อก็หนีไปอยู่ที่อื่นเพราะมีปัญหาด้านคดีความ ส่วนที่ต้องไว้ผมจุกเพราะตอนเล็กๆ ต๋องไม่สบายบ่อยมากเพราะเกิดมาตัวเล็กกว่าเด็กปกติ ตนจึงบนบานสานกล่าวเอาไว้ว่าหากหายป่วยก็จะไว้ผมจุกจากนั้นมาก็เป็นเด็กผมจุกมาตลอดจนเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และจะโกนจุกออกตอนที่บวชเรียน ด้าน ด.ช.จาฏุพัจน์ หรือต๋อง แม้จากการสอบถามจะพูดไม่เก่งเอาแต่ยิ้ม แต่ก็ตอบแบบสรุปความสั้นๆได้ว่า ไม่เหนื่อยที่ต้องปั่นจักรยานสามล้อไปขายผักเพราะต้องการช่วยย่าและทวดและหาเงินไปโรงเรียนโตขึ้นยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรแต่ก็จะตั้งใจเรียน ในขณะที่เพื่อนบ้าน อย่างนายสมัคร เทพทวี อายุ 63 ปี บอกว่า ชีวิตของต๋องน่าสงสารมาก เพราะแทบไม่ได้วิ่งเล่นเหมือนกับเด็กทั่วๆไป เพราะต้อง ช่วยเหลือครอบครัว แต่ละวันทั้งก่อนและหลังไปโรงเรียนก็ปั่นจักรยานสามล้อไปขายผักเพื่อหาเงินมาจุลเจือครอบครัว หากใครที่พอจะช่วยได้ก็น่าจะยื่นมือมาช่วยเพื่อให้ ต๋องมีอนาคตที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ติดตามต๋องขณะปั่นรถจักรยานสามล้อไปขายผักที่ตลาดเมืองระโนด ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร พบว่าตลอดทางมีชาวบ้านอุดหนุนช่วยซื้อผักตลอด แต่การปั่นรถจักรยานซึ่งบางครั้งมีของหนักเกินกำลังก็ต้องใช้วิธีเข็นบ้าง โดยเฉพาะเมื่อขึ้นสะพาน และทันทีที่ไปถึงตลาดก็จะมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านเรียกชื่อและบอกต่อๆกันไปว่าต๋องมาแล้วๆ และพากันมาช่วยซื้อผักจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็วและรายได้แทบจะมากกว่าราคาผักที่นำมาขาย เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านจะให้เงินเกิน เช่น ผักถุง10 บาทก็จะให้20 บาทขึ้นไป ด้วยความเอ็นดูและความสงสารต๋อง และจากการสอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านในตลาดระโนดก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดีมาก สู้ชีวิต กตัญญู มีความรับผิดชอบเกินเด็กวัย8 ขวบ และเป็นที่รักของชาวบ้าน แม้จะไม่มีพ่อแม่คอยดูแลแต่ก็ไม่เคยท้อในโชคชะตาไม่เกเร ถึงเวลาไปโรงเรียนก็ไปเรียน ถึงเวลาว่างก็นำผักมาขาย เป็นแบบนี้มาหลายเดือน หากหน่วยงานใดหรือผู้ใจบุญที่พอจะมีกำลังช่วยเหลือ ต๋องและครอบครัว ติดต่อได้ที่หมายเลข 080-5467266 คุณวรรณีย์ หรือ 063-9142978 คุณศุภชัย ซึ่งเป็นญาติ หรือบัญชี นางวรรณีย์ ชีช้าง ธนาคารกรุงไทย สาขาระโนดหมาเลขบัญชี 983-0-77469-4
1 month ago